
มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมแสดงความยินดี แด่ ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม)
2 มี.ค. 2564
Silpakorn University
เมื่อวันอังคาร ที่ 2 มีนาคม 2564 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร มอบกระเช้ากล้วยไม้แสดงความยินดีแด่อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม ในโอกาสที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม–สื่อผสม) โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้บริหารคณะวิชา ที่ปรึกษาสำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการศูนย์ สำนัก สถาบัน และกอง ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสนี้ด้วย ณ ห้องประชุมนริศรานุวัดติวงศ์ สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ
ปัจจุบันอายุ 65 ปี เริ่มศึกษาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาศิลปบัณฑิตและระดับปริญญา ศิลปมหาบัณฑิต สาขาจิตรกรรม จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาได้รับทุนการศึกษาต่อที่สถาบันศิลปแห่งเมืองคราคูฟ ณ ประเทศโปแลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2527 อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ สร้างชื่อเสียงจากจิตรกรรมชุด “เงาสะท้อน” ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ผลงานชุดนี้เป็นศิลปะนามธรรมเหมือนจริง ซึ่งจุดเปลี่ยนการทำงานครั้งสำคัญเมื่ออาจารย์อำมฤทธิ์สร้างงานชุด “จิตรกรรมสื่อผสม” จากวัสดุสำเร็จรูปทับซ้อนในจิตรกรรม อีกทั้งในปี พ.ศ. 2534 และได้ร่วมงานโครงการศิลปะและสิ่งแวดล้อมกับศิลปินไรเนอร์วิเทิลบอนด์ ชาวเยอรมันผู้มีชื่อระดับโลก อาจารย์อำมฤทธิ์ได้เริ่มนำวัสดุจากธรรมชาติมาสื่อความหมายใหม่ และต่อมาได้หันเห ความสนใจมุ่งมั่นทำงานศิลปะเชิงความคิด โดยการใช้สื่อใหม่ ๆ เช่น ภาพถ่าย วีดิโอ แสงสีจากไฟฟ้า เป็นต้น การใช้สื่อใหม่กับวัสดุธรรมชาติสื่อความหมายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในผลงานชุด “เป็นทราย” และชุด “ความทุกข์” เนื่องจากศิลปินสนใจคำสอนของท่านพุทธทาส และเป็นการค้นพบแนวใหม่ ศิลปะกับสื่อทางจิตวิญญาณ
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ เป็นอาจารย์สอนศิลปะ และศิลปินผู้อุทิศตนใช้สื่อศิลปะสร้างประโยชน์เพื่อสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากว่า 20 ปี ในการเสนอแนวคิดพื้นที่กับกาลเวลาในสภาวะของการเปลี่ยนผ่านในสังคมปัจจุบัน นายอำมฤทธิ์จึงได้รับเชิญให้ร่วมแสดงงานครั้งสำคัญระดับโลก เช่น เวนิส เบียนลาเล่ และประเทศต่าง ๆ มากว่า 40 ปี จนเป็นที่ประจักษ์ชัด และยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะศิลปินผู้อุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง
(ประวัติศิลปินแห่งขาติ ปี 2563 ที่มา : ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ)